User Signals

User Signals

การสร้างเว็บไซต์ส่วนใหญ่นั้นมีเป้าหมายหลักคือ ให้เว็บไซต์ของเรานั้นเป็นที่รู้จัก และ มีคนเข้ามาดูเว็บไซต์เราเยอะ ๆ ดังนั้น การที่จะเป็นอย่างนั้นได้ เว็บไซต์ของเราต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ ในผลลัพธ์ของการค้นหาด้วย Google เมื่อคนอื่นกำลังค้นหาข้อมูลใน Google เขาจะเจอเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับแรกๆ

ผู้ที่สร้างเว็บไซต์จะต้องพยายามทำให้ Google นั้นเห็นว่าเว็บไซต์ของเขานั้นเป็นเว็บไซต์ที่ดี ผู้สร้างเว็บไซต์ส่วนมาก จะทำ SEO และ Backlinks เพื่อที่จะให้ Google เห็นว่าเว็บไซต์ของเขานั้นเหมาะสมที่จะอยู่อันดับต้น ๆ แต่บางครั้งจะเห็นว่า ถึงแม้ว่าเราทำ SEO ดี และ มี Back Link เยอะ แต่ทำไมเว็บไซต์ของเราอยู่อันดับต้น ๆ ได้ไม่นาน ก็ตกอันดับ ลงมา

นั้นเป็นเพราะว่า Google ดูที่เว็บไซต์ที่ทราฟฟิกเยอะ ๆ คนสนใจมาก ๆ และเอาเว็บไซต์นั้นขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ดังนั้นเราต้องรู้คนที่เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์เรานั้นหาอะไร ต้องการอะไร User Signal นั้นจะเป็นตัวที่บอกเราว่าพวกเขาต้องการอะไร

Neil Patel และ ทีม ได้ทำการวิเคราะห์ User Signal จาก 518 เว็บไซต์ ที่มีอายุยาวมากกว่า 3 ปี มีคนเข้ามามากกว่า 5,000 คน/เดือน และ ติดอันดับ 1-1,000 แรก ใน Alexa เราแบ่งเว็บไซต์ออกเป็น 10 หมู่ และ ดูทั้งบริษัทที่เป็น B2B ( Business to Business) และ B2C ( Business to Customer) เราใช้ Google Analytics และ Google Search Console แต่เราจะไม่ดูเว็บไซต์ของบริษัทที่มีรายได้มากกว่า 100,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพราะว่าจะทำให้ค่าข้อมูลทางสถิติแปรปรวน

User Signals

ที่เรานำมาใช้ในการวิเคราห์คือ

- Bounce Rate
- Mobile Friendliness
- Average Load Time
- Percentage Of Repeat Visitors
- Percentage Of Search Traffic From Brand Queries
- Click-Through Rate
- Pageviews Per Visitor
- Average Time On Site

Bounce Rate

คือ เปอร์เซ็นของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ออกจากหน้าเว็บไซต์หลังจากดูเพียงหน้าแรก
Bounce Rate ยิ่งต่ำยิ่งดี เพราะถ้าสูงเกินนั้นหมายความว่า เว็บไซต์เรามีบางอย่างที่ผู้เข้าชมหาไม่เจอ หรือ ไม่ชอบ

เราพบว่า Google ชอบให้มี Bounce Rate อยู่ประมาณ 26% - 69 %

Mobile Friendliness

ผู้เข้าชมเว็บไซต์ส่วนใหญ่ นั้นใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตในการค้นหา Google ใช้ Mobile-First Index เป็นตัวชี้วัด ถ้าเว็บไซต์ของเรามีการรองรับการใช้งานในมือถือ นั้นจะทำให้เว็บไซต์เรามีอันดับที่ดีขึ้น

ในปัจจุบันคนสร้างเว็บไซต์ทุกเว็บไซต์ต้องนึกถึงการใช้งานในโทรศัทพ์มือถือเป็นอันดับแรก

Average Load Time

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ต้องการรอที่จะเปิดเว็บไซต์เป็นเวลานาน ถ้าเว็บไซต์ของเราโหลดได้ไวมากเท่าไหร่จะได้เปรียบ ในทางธุรกิจถ้าเว็บไซต์ใช้เวลานานในการโหลดจะทำให้ยอดขายนั้นลดลง ยกตัวอย่าง เช่น ถ้า เว็บไซต์ขายสินค้า ทำเงินได้ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ วัน ทุกวินาทีที่โหลดช้า จะทำให้บริษัทนั้นสูญเสียเงินไป 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อ ปี

วิเคราะห์ผ่าน Pingdom ถ้าผู้สร้างเว็บไซต์สามารถทำให้เว็บไซต์เร็วขึ้นได้ จะทำให้ Google นั้นมองเว็บไซต์คุณดีมากขึ้นด้วย

Percentage of Repeat Visitors

เปอร์เซ็น ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ที่กลับมาดูเว็บไซต์อีก Google เห็นว่าผู้เยี่ยมชมต้องชอบเว็บไซต์นั้น จึงกลับมาอีกครั้ง จึงมองว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดี

จากกราฟจะเห็นได้เว็บไซต์ที่ Google มองว่าเปอร์เซ็นการกลับมาของผู้เยี่ยมชมอยู่ระหว่าง 16-45 เปอร์เซ็น

วิธีที่ใช้ได้ผล ในการช่วยให้มีคนกลับมาเยี่ยมเว็บไซต์ได้คือ การใช้ Subscribers

Subscribers สามารถ นำ 42,316 คน กลับมาที่เว็บไซต์ 174,281 ครั้ง

Percentage of Search Traffic from Brand Queries

ชื่อ หรือ Brand นั้นสำคัญมาก ถ้าแบรนด์มีการถูกค้นหามาก อันดับใน Google ก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ร่วมไปกับการทำ SEO

จะเห็นได้ว่าชื่อ และ แบรนด์มีผลต่อการเข้าชมของผู้ค้นหาเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นชื่อเดียวกันแต่ การเว้นวรรค ทำให้ดูติดตาและจำง่าย ทำให้อัตราการเข้าชมสูงขึ้น
เว็บไซต์ที่มี Brand เป็นหนึ่งใน keyword ในการค้นหา นั้นจะช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้นด้วย และ Brand ที่ดี ก็จะส่งผลถึง อัตราการคลิก ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ด้วย

ดังนั้นการสร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จัก และ คุ้นหูของคนทั่วไป จะสามารถ ทำให้เว็บไซต์เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น และ ส่งผลต่ออัตราการเยี่ยมชมที่สูงขึ้นด้วย

Click Through Rate

Click Through Rate หรือ CTR เป็น User Signals ที่สำคัญ ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีอัตราการคลิกที่ต่ำต้องมีการปรับปรุง เว็บไซต์ เพราะบ่งบอกถึงเว็บไซต์นั้นไม่น่าสนใจ

เว็บไซต์ส่วนใหญ่มี CTR อยู่ที่ 1.9-3.1 เปอร์เซ็นต์ การที่จะทำให้มี CTR สูงขึ้นนั้น ต้องปรับเนื้อหาเป็นที่ต้องการของผู้เยี่ยมชม และ ปรับแต่ง title และ meta description tags ให้มีความน่าสนใจ

Pageviews Per Visitor

หมายถึง เวลาคนมาเยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วมีการเปิดไปหลาย ๆ เพจ ใช้เวลาในการอยู่ในเว็บไซต์เรานาน ๆ นั้นแสดงว่าเว็บไซต์เรานั้นน่าสนใจ Google ก็จะเป็นว่าเป็นสิ่งที่ดีทำให้เว็บไซต์นั้น มีอันดับที่ดีขึ้นได้

Pageviews Per Visitor จะอยู่ระหว่าง 2-7 หน้า ต่อการเยี่ยมชม

Average Time on Site

หมายถึง ผู้เยื่ยมชมใช้เวลาอยู่กับเว็บไซต์นานเท่าไหร่ ถ้ายิ่งนานยิ่งดี แสดงว่าเว็บไซต์นั้นน่าสนใจ

มีผู้เยี่ยมชมใช้เวลาในเว็บไซต์ประมาณ 1.6 - 5 นาที แต่บางครั้งเป็นสิ่งที่ยากที่ผู้คนจะอยู่บนเว็บไซต์นานถึง 5 นาที แต่ถ้าสามารถอยู่ได้เกิน 2 นาที ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

การที่เว็บไซต์จะประสบความสำเร็จต้องมีคนเข้าเยอะและ อยู่อันดับต้น ๆ ของ Google เราต้องคิดแบบ Google ว่า Google นั้นคิดอะไร Google คิดถึงผู้ใช้ก่อนเป็นหลัก ดังนั้น เป้าหมายของเราคือต้องมองที่ความต้องการของผู้ใช้ หรือ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นอันดับแรก และ ทำ SEO กับ Backlinks ควบคู่กันไป

เว็บไซต์ของเราก็จะดูดีมาก ในสายตาของ Google ทำให้อันดับเว็บไซต์นั้นอยู่ในอันดับที่ดี ในการค้นหา ของผู้ใช้และผู้เยี่ยมชม